สำนวนและสุภาษิตจีน

                

             

หอกโล่ปะทะกันเอง 自相矛盾 (Zì xiāng máodùn)

        古时候,矛和盾都是作战用的武器。矛用来刺杀敌人,盾则用来保护身体,以免被对方的矛刺中。
  传说很久以前,楚国有个卖兵器的人,在市场上卖矛和盾。为了让人家愿意买他的货,他先举起盾向人们夸口道:“你们看,我的盾是世上最坚固的盾,任何锋利的东西都不能刺穿它。”接着又举起他的矛,向人吹嘘说:“你们再看看我的矛,它锋利无比,无坚不摧,无论多么坚硬的盾,都挡不住它,一刺就穿!”
  围观的人听了他的话都觉得很好笑,人群中有人问道:“依你的说法,你的矛无论怎样坚硬的盾都能刺穿,而你的盾又是无论多么锋利的矛也不能把它刺穿。那就拿你的矛来刺你的盾吧,看看结果怎么样?”
  卖兵器的人听了张口结舌,无从回答,只好拿着矛和盾走了。
  “自相矛盾”就是由这个故事演变而来的。现在人们用它来比喻做事、说话前后自相抵触。

      Gǔ shíhou, máo hé dùn dōu shì zuòzhàn yòng de wǔqì. Máo yòng lái cìshā dírén, dùn zé yòng lái bǎohù shēntǐ, yǐmiǎn bèi duìfāng de máo cì zhōng.
      Chuánshuō hěnjiǔ yǐqián, chu guóyǒu gè mài bīngqì de rén, zài shìchǎng shàng mài máo hé dùn. Wèile ràng rénjiā yuànyì mǎi tā de huò, tā xiān jǔ qǐ dùn xiàng rénmen kuākǒu dào:“Nǐmen kàn, wǒ de dùn shì shìshàng zuì jiāngù. De dùn, rènhé fēnglì de dōngxi dū bùnéng cì chuān tā.“Jiēzhe yòu jǔ qǐ tā de máo, xiàng rén chuīxū shuō:” Nǐmen zài kàn kàn wǒ de máo, tā fēnglì wúbǐ, wújiānbùcuī, wúlùn duōme jiānyìng de dùn, dōu dǎng. Bù zhù tā, yī cì jiù chuān!“.
      Wéiguān de rén tīng le tā dehuà dōu juéde hěn hǎoxiào, rénqún zhōng yǒurén wèn dào:“Yī nǐ de shuōfǎ, nǐ de máo wúlùn zěnyàng jiānyìng de dùn dōu néng cì chuān, ér nǐ de dùn yòu shì wúlùn duōme fēnglì de máo yě bùnéng. Bǎ tā cì chuān. Nà jiù ná nǐ de máo lái cì nǐ de dùn ba, kàn kàn jiéguǒ zěnme yàng?“.
      Mài bīngqì de rén tīng le zhāngkǒujiéshé, wúcóng huídá, zhǐhǎo ná zhe máo hé dùn zǒu liǎo.
     “Zì xiāng máodùn” jiùshì yóu zhège gùshì yǎnbiàn ér lái de. Xiànzài rénmen yòng tā lái bǐyù zuòshì, shuōhuà qiánhòu zì xiāng dǐchù.

         สมัยโบราณของจีน อาวุธที่ใช้ในการทำศึกสงครามมีหอกและโล่ โดยหอกใช้สำหรับทิ่มแทงศัตรู ส่วนโล่มีไว้สำหรับเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ถูกหอกของศัตรูทิ่มแทง  สมัยนั้น แคว้นฉู่มีพ่อค้าขายหอกและโล่คนหนึ่ง วันหนึ่ง เขาแบกหอกและโล่ออกไปเดินเร่ขายตามท้องถนน และเพื่อให้ทุกคนหันมาให้ความสนใจกับสินค้าของเขา เขาจึงชูโล่ขึ้นมาแล้วป่าวร้องโฆษณาว่า
        “โล่ของข้าแข็งแกร่งปลอดภัยเป็นที่สุด ไม่ว่าหอกจะคมกริบแค่ไหนก็ไม่สามารถแทงทะลุมันได้”
        เขาพูดจบไปหลายรอบแล้ว แต่ฝูงชนที่อยูรอบข้างก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เขาจึงชูหอกขึ้นมาแล้วร้องตะโกนอวดสรรพคุณของหอกต่อหน้าฝูงชนทั้งหลายว่า
       “ขอให้ทุกท่านโปรดหันมามองหอกของข้าสักนิด มันเป็นหอกที่คมกริบหาที่เปรียบมิได้ ไม่ว่าจะเป็นโล่ที่แข็งแกร่งปานใดก็ไม่สามารถต้านทานมันได้”  ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ยินเขาพูดเองชมเองก็พากันหัวเราะชอบใจ ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า
       “ตามที่ท่านพูดมา หอกของท่านเป็นหอกที่คมที่สุด ไม่ว่าโล่จะแข็งแกร่งขนาดไหนมันก็สามารถแทงทะลุจนได้ ส่วนโล่ของท่านก็แข็งแกร่งเป็นที่สุด ไม่ว่าหอกจะคมกริบสักแค่ไหนก็ไม่สามารถแทงทะลุได้ ถ้าใช้หอกของท่านแทงโล่ของท่าน ผลจะเป็นอย่างไรนะ!”
พ่อค้าขายหอกและโล่ฟังที่ชายผู้นั้นถามแล้วได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก จากนั้นก็เก็บหอกและโล่แล้วเดินจากไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ
        

        จากนิทานเรื่องนี้ ชาวจีนจึงได้เรียกเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งซึ่งกันและกันว่า “เหมาตุ้น (หอกและโล่)” คำพูดและการกระทำของตัวเราเองที่ไม่สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และการหักหลังซึ่งกันและกันก็สามารถพูดได้ว่า “จื้อเซียงเหมาตุ้น (หอกโล่ปะทะกันเอง)”

สร้างโดย: 
ครูนิยุตา โคโมโตะและน.ส.สุภาพร สุทธิไชยากุล

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 176 คน กำลังออนไลน์